นิตยสารวัฒนธรรม ฉบับ ๔ ปีพ.ศ.๒๕๕๗ - page 7

แต่
ละต�
ำนาน ต่
างก็
สะท้
อนให้
เห็
นถึ
งวิ
ถี
ชี
วิ
ตและวั
ฒนธรรม
ของผู
คน มนุ
ษย์
มี
ความผู
กพั
นอยู
กั
บข้
าว โดยเฉพาะใน
ภู
มิ
ภาคอุ
ษาคเนย์
อั
นสะท้
อนผ่
านประเพณี
พิ
ธี
กรรม
ความเชื่
อ กระทั่
งกลายเป็
นจารี
ตที่
ปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมา
หลายยุ
คหลายสมั
ยจวบจนกระทั่
งถึ
งปั
จจุ
บั
น ไม่
ว่
าจะเป็
ประเพณี
บุ
ญบั้
งไฟ แห่
นางแมว การสวดคาถาปลาช่
อน
สวดพญาคั
นคากเพื่
อขอฟ้
าขอฝน การแฮกนา เลี้
ยงผี
ที่
นา
เพื
อขอท�
ำการผลิ
ต กระทั่
งเข้
าสู
ฤดู
เก็
บเกี่
ยวก็
มี
พิ
ธี
สู
ขวั
ญข้
าว
บุ
ญคู
ณลาน และสื
บเนื
องมาจนถึ
งงานบุ
ญข้
าวจี่
เทศน์
มหาชาติ
พิ
ธี
กรรมไหว้
ดวงวิ
ญญาณบรรพบุ
รุ
ษในทุ
กภาค
ที่
ต่
างก็
ต้
องมี
ข้
าวเป็
นองค์
ประกอบส�
ำคั
ญของพิ
ธี
กรรม
จากการศึ
กษาของ Richard S. Macheis
นั
กโบราณคดี
ชาวอเมริ
กั
น พบร่
องรอยของข้
าวป่
าที่
มี
อายุ
ถึ
๑๖,๐๐๐ ปี
และพบว่
ามนุ
ษย์
รู
จั
กปลู
กข้
าวกว่
า ๙,๐๐๐ ปี
มาแล้
โดยศึ
กษาจากเศษข้
าวไหม้
ที
ติ
ดกั
บภาชนะซึ่
งขุ
ดค้
นได้
จากถ�้
ในมณฑลเจี
ยงซี
ของประเทศสาธารณรั
ฐประชาชนจี
นหลั
กฐาน
ทางโบราณคดี
ต่
างๆ ที่
มี
การค้
นพบ ได้
สะท้
อนให้
เห็
นว่
มนุ
ษย์
มี
การเรี
ยนรู
และพั
ฒนาวิ
ธี
การปลู
กข้
าวจากการปลู
เป็
นข้
าวไร่
มาเป็
นการหว่
าน กระทั
งเข้
าสู
รู
ปแบบของการปั
กด�
และมี
การพั
ฒนาต่
อมาโดยมี
เทคโนโลยี
เข้
ามาเกี่
ยวข้
อง
นอกจากนี้
ยั
งพบว่
าสายพั
นธุ
ข้
าวที่
มี
อยู
ในโลกใบนี้
มี
มากถึ
๑๒๐,๐๐๐ สายพั
นธุ
แต่
ที่
เป็
นที่
รู
จั
กและมี
การน�
ำมาปลู
เพื่
อบริ
โภคนั้
นมี
อยู
ด้
วยกั
นสองชนิ
ดคื
อ Oryza glaberrina
ปลู
กในบริ
เวณพื้
นที่
ทวี
ปแอฟริ
กา และ Oryza Savita ปลู
ในบริ
เวณพื้
นที่
ทวี
ปเอเชี
ส�
ำหรั
บข้
าวที่
มี
การเพาะปลู
กในบริ
เวณทวี
ปเอเชี
ถื
อเป็
นข้
าวเศรษฐกิ
จในระบบตลาดโลก มี
อยู
ด้
วยกั
น ๓ กลุ
คื
อกลุ
ม ข้
าวอิ
นดิ
กา (Indica) เป็
นกลุ
มข้
าวที่
ค้
นพบในอิ
นเดี
นิ
ยมปลู
กในเขตมรสุ
ม ตั้
งแต่
จี
น อิ
นเดี
ย ศรี
ลั
งกา และ
แพร่
กระจายไปทั้
งอุ
ษาคเนย์
ได้
แก่
เวี
ยดนาม ไทย ฟิ
ลิ
ปปิ
นส์
อิ
นโดนี
เซี
ย เป็
นต้
น ข้
าวชนิ
ดนี้
คนไทยเรี
ยกกั
นว่
า “ข้
าวของเจ้
า”
เป็
นข้
าวที่
ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลมาจากทางอิ
นเดี
ย การแพร่
กระจาย
ของข้
าวชนิ
ดนี้
เป็
นไปอย่
างรวดเร็
วจนแทนที่
ข้
าวเหนี
ยว
ซึ่
งเป็
นพั
นธุ
ข้
าวดั้
งเดิ
มของท้
องถิ่
นแถบนี้
มาก่
อน ปั
จจุ
บั
เรี
ยกกั
นว่
า “ข้
าวเจ้
า” ส่
วนกลุ
มที่
สองเป็
น ข้
าวจาปอนิ
กา
(Japonica) คื
อข้
าวเหนี
ยวเมล็
ดป้
อม มี
แหล่
งก�
ำเนิ
ดทาง
ด้
านเหนื
อของอุ
ษาคเนย์
แพร่
กระจายพั
นธุ
ตามลุ
มน�้
ำโขง
ก่
อนพุ
ทธศตวรรษที่
๒๐ และลดจ�
ำนวนลง มี
การปลู
กในพื้
นที่
ญี่
ปุ
น ยุ
โรป รั
สเซี
ยและอเมริ
กา และกลุ
มที่
สาม ข้
าวจาวานิ
กา
(Javanica) เป็
นข้
าวพั
นธุ
ผสมระหว่
างอิ
นดิ
กาและจาปอนิ
กา
ซึ่
งไม่
ค่
อยได้
รั
บความนิ
ยมมากนั
กเนื่
องจากให้
ผลผลิ
จ�
ำนวนน้
อย
I,II,1,2,3,4,5,6 8,9,10,11,12,13,14,15,16,17,...122
Powered by FlippingBook