Page 49 - apr53

Basic HTML Version

๔๗
ความรู้
ความเข้
าใจในหนั
ง จะทำ
�ให้
เรารู้
จั
กส่
วนดี
ส่
วนเสี
ยที่
มี
อยู่
ในหนั
งมากขึ้
ความรู้
จั
กมากขึ้
น ซึ่
งไม่
ว่
าจะเป็
นสิ่
งใดสิ่
งหนึ่
ง, จะ
ก่
อให้
เกิ
ดประโยชน์
อะไรแก่
มนุ
ษย์
นั้
นดู
จะเป็
นสิ่
งที่
ไม่
จำ
�เป็
นต้
องอธิ
บาย
แต่
ปั
ญหาอยู่
ที่
ว่
า ทุ
กวั
นนี้
คนหลายคน ได้
ดู
หนั
ง, เคยดู
หนั
ง, รู้
จั
กหนั
ง แต่
คนน้
อยคนนั
ก ที่
จะเรี
ยก
ได้
ว่
า “รู้
จั
กและเข้
าใจ” หนั
ง ดี
ซึ่
งคนหลายคนนี้
นั
บรวมได้
ทั้
งหมด ไม่
ว่
าจะเป็
คนดู
หรื
อคนทำ
�หนั
งบางคนด้
วยซ้ำ
�ไป
ความ “รู้
จั
กและเข้
าใจ” หนั
ง ที่
คนหลายคนอาจ
จะยั
งมี
ไม่
เพี
ยงพอนี่
แหละครั
บ ที่
ทำ
�ให้
ทุ
กวั
นนี้
คนบางคนอาจจะดู
หนั
งไปอย่
างไม่
รู้
จั
กหนั
ดู
หนั
งอย่
างเสี
ยประโยชน์
(ที่
ควรได้
) มากกว่
าได้
ประโยชน์
ดู
หนั
งอย่
างเป็
นเหยื่
อของการนำ
�เสนอ (บางสิ่
บางอย่
าง) ในหนั
เกิ
ดปรากฎการณ์
เรื่
องหนั
งไทยไม่
เคยดี
เท่
าหรื
อดี
กว่
าหนั
งต่
างประเทศ (ส่
วนใหญ่
)
และ ฯลฯ และ ฯลฯ......ซึ
งสรุ
ปว่
าเอาแค่
นี
ก็
แล้
วกั
อาการของโรครู้
จั
กแค่
หนั
ง แต่
ยั
งไม่
รู้
จั
กพอที่
จะเรี
ยกว่
า “รู้
และเข้
าใจหนั
ง” นี้
สามารถจะเยี
ยวยา
ได้
บ้
าง ถ้
าใครจะพยายาม สร้
างความเข้
าใจระหว่
าง
ตั
วเรากั
บหนั
งให้
มากขึ้
ถ้
าจะเปรี
ยบตั
วเรากั
บหนั
ง ว่
าหนั
งเป็
นคนที่
เราไม่
เคยรู้
จั
กมาก่
อน แต่
เราอยากจะทำ
�ความรู้
จั
ก การพยายาม
สร้
างความเข้
าใจประการแรก เราก็
ควรจะ
เริ่
มด้
วยการส่
งภาษาสื่
อสารกั
นดู
ก่
อนว่
เรากั
บหนั
งนั้
นพู
ดภาษาเดี
ยวกั
นได้
หรื
อไม่
เพี
ยงใด
ในกรณี
นี้
หนั
งพู
ดภาษาคนไม่
ได้
แน่
แต่
คนมี
สิ
ทธิ์
จะเรี
ยนรู้
ภาษาหนั
ง เพื่
อการ
สื่
อสารว่
า ตั
วเรากั
บหนั
ง จะสามารถสร้
าง
ความเข้
าใจกั
นได้
หรื
อไม่
และแค่
ไหนเพี
ยง
ใด?
คนเราถ้
าสามารถสื่
อสารผ่
านภาษา
เดี
ยวกั
นได้
แล้
ว การรู้
จั
กและเข้
าใจกั
น ก็
จะง่
ายขึ้
น เป็
นของธรรมดา
อยาก “รู้
จั
กและเข้
าใจหนั
ง”ให้
มากขึ้
น เราจึ
จะต้
องรู้
จั
ก “ภาษาหนั
ง” ก่
อนเป็
นประการแรก
คนที่
ให้
ความรู้
เรื่
องภาษาหนั
ง แก่
ผมเป็
นคนแรก
นั้
นมี
ชื่
อเสี
ยงเรี
ยงนามว่
า ม.ร.ว.คึ
กฤทธิ์
ปราโมช ซึ่
งผม
จำ
�ได้
ดี
ว่
า อาจารย์
คึ
กฤทธิ์
เขี
ยนเรื่
องเหล่
านี้
ไว้
ใน
หนั
งสื
ชื่
อเมื
องมายา
ผมจะขออนุ
ญาตคั
ดข้
อเขี
ยนของอาจารย์
ม.ร.ว.คึ
กฤทธิ์
ปราโมช ที่
เกริ่
นถึ
งเรื่
องนี้
มานำ
�เสนอไว้
ดั
งต่
อไปนี้
“สำ
�รวลรื่
นคลื่
นราบดั
งปราบเรี
ยม
ทั้
งน้ำ
�เปี่
ยมป่
าแสมข้
างแควขวา
ดาวกระจายพรายพร่
างกลางนภา
แสงคงคาเค็
มพราวราวกั
บพลอย”
ที่
คั
ดเอามาลงไว้
ข้
างบนนี้
เป็
นภาษาของกวี
จาก
นิ
ราศเมื
องเพชรของสุ
นทรภู่
และเป็
นคำ
�พู
ดซึ่
งแสดงให้
เห็
นถึ
งความคิ
ดและความรู้
สึ
กในภาพธรรมชาติ
โดยใช้
การเปรี
ยบเที
ยบกั
บสิ่
งอื่
นทำ
�ให้
ผู้
ที่
ได้
อ่
านได้
ยิ
นแลเห็
ภาพนั้
นได้
ชั
ดแจ้
ผู้
สร้
างภาพยนตร์
ก็
มี
ภาษาของตนโดยเฉพาะ ซึ่
จะต้
องใช้
เพื่
อแสดงความรู้
สึ
กนึ
กคิ
ดของตนให้
ปรากฏ
แก่
ผู้
ดู
เช่
นเดี
ยวกั
บกวี
หรื
อศิ
ลปิ
นอื่
นๆ แต่
ภาษาของ
ผู้
สร้
างภาพยนตร์
นั้
น เป็
นภาษาแสดงออกด้
วยภาพมิ
ใช่
ด้
วยถ้
อยคำ
� แต่
ถึ
งอย่
างนั้
น ภาษาของภาพยนตร์
ก็
ยั
สามารถเปรี
ยบเที
ยบ อุ
ปมาอุ
ปมั
ย เพื่
อให้
คนดู
ได้
เข้
าใจ
ถึ
งความรู้
สึ
กนึ
กคิ
ดต่
างๆ ไม่
น้
อยไปกว่
าภาษาแห่
งกวี
หรื