Page 32 - arg52

Basic HTML Version

วารสารวั
ฒนธรรมไทย
30
ประกอบอาชี
พ หลั
กการสำคั
ญของประชาธิ
ปไตยประกอบด้
วย
๑) อำนาจการปกครองเป็
นของประชาชน
๒) มี
ความเสมอภาคและเท่
าเที
ยมกั
๓) การใช้
สิ
ทธิ
และเสรี
ภาพ อย่
างถู
กต้
องเหมาะสม
๔) การเคารพกฎหมายและสิ
ทธิ
เสรี
ภาพของบุ
คคลอื่
๕) การยอมรั
บเสี
ยงส่
วนใหญ่
และเคารพเสี
ยงส่
วนน้
อย
๖) การใช้
เหตุ
ผล และรั
บฟั
งความคิ
ดเห็
๙) การยิ
นยอมและสมั
ครใจเข้
าร่
วมกิ
จกรรม
๘) มี
ความสามั
คคี
และประนี
ประนอม ๔
ประเทศไทยใช้
ระบบการปกครองแบบประชาธิ
ปไตย
มาตั้
งแต่
ปี
๒๔๗๕ นั
บเป็
นเวลาถึ
ง ๗๗ ปี
แต่
ทำไมดู
เหมื
อนว่
เราไม่
ไปไหนเลย ในขณะที่
ประเทศอื่
น ๆ เขาเปลี่
ยนแนวคิ
ดที่
ไม่
เลื
อก
ฝ่
าย อย่
างเช่
นสหรั
ฐอเมริ
กา มี
การเลื
อกประธานาธิ
บดี
ข้
ามสี
ผิ
วแล้
ประเทศอั
งกฤษก็
ยั
งคงใช้
จารี
ต และขนบธรรมเนี
ยมที่
ปกครองร่
วมกั
ฉะนั้
น ถึ
งเวลาแล้
วที่
คนไทยทุ
กคนต้
องสนใจเรื่
องวั
ฒนธรรม
ประชาธิ
ปไตย เพราะวั
ฒนธรรมประชาธิ
ปไตยจะกำกั
บองค์
กรทางการ
เมื
องให้
เป็
นประชาธิ
ปไตย กล่
าวคื
อ วั
ฒนธรรมประชาธิ
ปไตยเป็
แนวทางที่
ยึ
ดหลั
กสั
นติ
วิ
ธี
แก้
ไขความขั
ดแย้
ง หรื
อความคิ
ดเห็
ที่
แตกต่
างกั
นโดยสั
นติ
ตามกติ
กาของกฎหมายหรื
อรั
ฐธรรมนู
ญไม่
ปลุ
กเร้
าอารมณ์
ให้
เกิ
ดความโกรธ หรื
อความเกลี
ยดชั
ง ประชาธิ
ปไตย
ยึ
ดหลั
กนิ
ติ
รั
ฐหรื
อนิ
ติ
ธรรมเป็
นหั
วใจสำคั
ญส่
วนการปกครองบ้
านเมื
อง
นั้
นยึ
ดกฎหมายเป็
นหลั
ก ไม่
ใช่
ยึ
ดตั
วบุ
คคลผู้
มี
อำนาจเป็
นหลั
เมื่
อมี
ความขั
ดแย้
งต้
องชี้
ขาดด้
วยกฎหมาย ไม่
ใช่
ใช้
ความรุ
นแรงเป็
เครื่
องชี้
วั
ด อย่
างเช่
นกรณี
ปิ
ดถนนโดยนำฝู
งชนปิ
ดล้
อมเส้
นทาง
การจราจรเพื่
อเรี
ยกร้
องให้
รั
ฐบาลช่
วยเหลื
อในเรื่
องต่
าง ๆ ไม่
ว่
าจะเป็
เรื่
องผลผลิ
ตทางการเกษตร การเรี
ยกร้
องขึ้
นค่
าแรงต่
าง ๆ เหล่
านี้
นั้
ล้
วนเป็
นการละเมิ
ดสิ
ทธิ
ของผู้
อื่
น ซึ่
งเป็
นการกระทำที่
ผิ
ดกฎหมาย
ไม่
ใช่
เป็
นการดำเนิ
นตามรู
ปแบบประชาธิ
ปไตยที่
แท้
จริ
งกรณี
ตั
วอย่
าง
ในต่
างประเทศหากประชาชนมี
ข้
อเรี
ยกร้
องให้
รั
ฐบาลช่
วยเหลื
อ เขาจะ
ส่
งผู้
แทน ๔-๕ คน เข้
าพบผู้
ปกครองรั
ฐ และยื่
นหนั
งสื
อแจ้
งความ
ประสงค์
ของประชาชนว่
าต้
องการให้
รั
ฐช่
วยเหลื
อในเรื่
องอะไร โดยจะมี
สื่
อมวลชนเข้
าไปถ่
ายภาพและนำเสนอข่
าวเท่
านั้
ถึ
งเวลาแล้
วที่
จะต้
องทำความเข้
าใจกั
นในเรื่
อง “ประชาธิ
ปไตย”
ว่
าคื
ออะไร เราทุ
กคนในที่
นี้
เข้
าใจกั
นถู
กต้
องหรื
อไม่
ในสภาพสั
งคมไทย
ในอดี
ต เรามี
คนเป็
นศู
นย์
กลางมี
โครงสร้
างพื้
นฐานที่
ช่
วยเกื้
อหนุ
ในการประกอบอาชี
พ อาชี
พเป็
นตั
วเกื้
อหนุ
นคน เป็
นสั
งคมจิ
ตนิ
ยม
เป็
นสั
งคมแห่
งการแบ่
งปั
น อยู่
กั
นด้
วยใจ ไม่
ต้
องใช้
เงิ
นก็
สามารถ
อยู่
ร่
วมกั
นได้
ในทางกลั
บกั
นสถานการณ์
ในสั
งคมปั
จจุ
บั
น เราละเลย
และขาดหายสิ่
งที่
เป็
นสั
งคมแห่
งการเอื้
ออาทรกั
น มุ่
งแต่
การกอบโกย
หารายได้
และประโยชน์
ส่
วนตน ดั
งจะเห็
นได้
จากรู
ปภาพประกอบ
ด้
านบน
จะเห็
นได้
ว่
าสภาพปั
ญหาการสร้
างวั
ฒนธรรมประชาธิ
ปไตย
มี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บโครงสร้
างพื้
นฐานและวิ
ถี
ชี
วิ
ตของคนในสั
งคม
หากประชาชนยั
งมี
ปั
ญหาด้
านเศรษฐกิ
จมี
รายได้
น้
อยไม่
เพี
ยงพอ
ต่
อการยั
งชี
พ มี
การศึ
กษาน้
อย ได้
รั
บช่
องทางการสื่
อสารมวลชนน้
อย
ย่
อมส่
งผลให้
ขาดภู
มิ
คุ้
มกั
นในการรู้
เท่
าทั
นนั
กการเมื
องกระแสการ
เปลี่
ยนแปลงทางการเมื
องและสั
งคม ดั
งนั้
นการแก้
ไขปั
ญหาจึ
งจำเป็
ต้
องแก้
ไขที่
ต้
นเหตุ
ทั้
งนี้
รั
ฐมนตรี
ว่
าการกระทรวงวั
ฒนธรรม ได้
เสนอ
รู
ปแบบการสร้
างวั
ฒนธรรมประชาธิ
ปไตยที่
ยั่
งยื
นดั
งนี้
สภาพปั
ญหาการสร้
างวั
ฒนธรรมประชาธิ
ปไตยมี
ความ
สั
มพั
นธ์
กั
บ โ ค ร ง ส ร้
า ง พื้
นฐ านแ ล ะ วิ
ถี
ชี
วิ
ต ข อ ง คน ใ นสั
ง คม
หากประชาชนยั
งมี
ปั
ญหาด้
านเศรษฐกิ
จ มี
รายได้
น้
อยไม่
เพี
ยงพอ
ต่
อการยั
งชี
พ มี
การศึ
กษาน้
อย ได้
รั
บช่
องทางการสื่
อสารมวลชนน้
อย
ย่
อมส่
งผลให้
ขาดภู
มิ
คุ้
มกั
นในการรู้
เท่
าทั
นนั
กการเมื
อง กระแสการ
เปลี่
ยนแปลงทางการเมื
องและสั
งคม ดั
งนั้
นการแก้
ไขปั
ญหาจึ
งจำเป็
ต้
องแก้
ไขที่
ต้
นเหตุ
ทั้
งนี้
รั
ฐมนตรี
ว่
าการกระทรวงวั
ฒนธรรม ได้
เสนอ
รู
ปแบบการสร้
างวั
ฒนธรรมประชาธิ
ปไตยที่
ยั่
งยื
นดั
งนี้
สำหรั
บใน
ช่
วงที่
เพื่
อให้
สอดคล้
องกั
บการดำเนิ
โครงการนี้
กระทรวงวั
ฒนธรรมได้
ผลั
กดั
นแนวนโยบายการเสริ
มสร้
าง
วั
ฒนธรรมประชาธิ
ปไตยให้
ควบคู่
ไปกั
บงานวั
ฒนธรรมด้
านอื่
น ๆ
ในลั
กษณะของการบู
รณาการเป็
นการใช้
มิ
ติ
วั
ฒนธรรมนำการพั
ฒนา
โดยใช้
พื้
นฐานวั
ฒนธรรมของชุ
มชนแต่
ละท้
องถิ่
นมาสร้
างจิ
ตสำนึ
กหรื
วิ
ถี
ชี
วิ
ตประชาธิ
ปไตย ให้
ชุ
มชนเรี
ยนรู้
และสามารถดำเนิ
นการได้
จาก
การปฏิ
บั
ติ
จริ
ง และในสถานการณ์
จริ
ง โดยการใช้
เวที
ประชาคมเป็
กลไกในการขั
บเคลื่
อนแผนวั
ฒนธรรมชุ
มชน จะเป็
นการเปิ
ดเวที
ประชาธิ
ปไตยให้
คนในชุ
มชนได้
พู
ด-คุ
ย กั
นในทุ
กเรื่
องที่
เกี่
ยวกั
ชุ
มชน นำมาหารื
อ แลกเปลี่
ยน เรี
ยนรู้
และระดมความคิ
ดตลอดจน
แสวงหาแนวทางแก้
ไขปั
ญหาของชุ
มชนร่
วมกั
น ไม่
ว่
าจะเป็
นเรื่
อง
วิ
ถี
ชี
วิ
ตการดำรงชี
พ ภาษา วรรณกรรม อาชี
พ ศาสนา ศิ
ลปะ ประเพณี
ความเชื่
อ หรื
อเรื่
องอื่
น ๆ ที่
ชุ
มชนเห็
นว่
าสำคั
ญและเป็
นปั
ญหา
ที่
ต้
องหาข้
อยุ
ติ
ร่
วมกั
น นั่
นย่
อมแสดงให้
เห็
นว่
าชุ
มชนยอมรั
บใน
“มติ
ประชาคม”
หรื
อมี
ข้
อสรุ
ปที่
ทุ
กคนในชุ
มชนยอมรั
บร่
วมกั
ซึ่
งลั
กษณะดั
งกล่
าวเป็
นการใช้
ระบอบประชาธิ
ปไตยในเวที
วั
ฒนธรรม
นั่
นเอง ทั้
งนี้
เวที
ประชาคมดั
งกล่
าวจะเป็
นการเสริ
มสร้
างให้
ชุ
มชน
เข้
มแข็
ง สามารถพึ่
งตนเองได้
โดยไม่
ต้
องรอให้
ภาครั
ฐเข้
ามาช่
วยเหลื
และเวที
ประชาคมนี้
ยั
งสามารถนำไปสู่
การผลั
กดั
นให้
เกิ
ดแผนชุ
มชนที่
ชุ
มชนเป็
นผู้
ลงมื
อทำ โดยปั
จจั
ยแห่
งความสำเร็
จของการเปิ
ดเวที
ประชาคมอยู่
ที่
ทุ
กคนในชุ
มชนมี
ส่
วนร่
วม ชุ
มชนรู้
จั
กตนเอง รู้
ปั
ญหา
เกิ
ดการแลกเปลี่
ยนข้
อมู
ล เรี
ยนรู้
การแก้
ปั
ญหาด้
วยตนเอง ได้
ร่
วมจั
ทำแผนเพื่
อแก้
ปั
ญหาชุ
มชน และนำแนวคิ
ดตามหลั
กปรั
ชญาเศรษฐกิ
พอเพี
ยงตลอดจนการเรี
ยนรู้
ตามรอยเบื้
องพระยุ
คลบาท ๑๐ ประการ
ของพระบาทสมเด็
จพระเจ้
าอยู่
หั
ว มาเป็
นกรอบความคิ
ดในการ